
การออมเงินด้วยการฝากธนาคารนั้น คือวิธีการออมเงินที่ไม่คุ้มค่า เพราะ ดอกเบี้ยที่ได้รับไม่สมดุลย์กับอัตราเงินเฟ้อ พูดแบบบ้านๆ ให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ถ้าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอยู่ที่ 2.5% ต่อปี แต่อัตราเงินเฟ้อสมมุติว่าอยู่ที่ 5% ต่อปี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ค่าเงินของเราจะหายไป 2.5% ต่อปี นั่นหมายความว่า ถ้ามีเงิน 100 บาทอยู่ในธนาคาร ผ่านไป 1 ปี ค่าเงินจริงๆ จะเหลือแค่ 97.50 บาท เท่านั้น และเวลาผ่านไปนานหลายปีมากเท่าไหร่ ค่าเงินจริงๆก็จะ ลดลงไปเรื่อยๆตามกาลเวลา
ข้อดีที่เห็นชัดของการฝากเงินในธนาคารมีอยู่ข้อเดียวคือ ปลอดภัย แต่เดี๋ยวก่อน... ถ้ามีเงินในบัญชี น้อยกว่า 2,000 บาท (แตกต่างกันแต่ละธนาคาร) และไม่มีการเคลื่อนไหวบัญชีเลยนานๆ เงินในบัญชีของท่านก็จะค่อยๆ ถูกหักเป็นค่ารักษาบัญชีไปเรื่อยๆ ทุกปี จนกว่าเงินในบัญชีนั้นจะหมด แต่ถ้ามีเงินฝากทิ้งไว้เยอะๆ บางทีก็แจ็คพอต เงินหายโดยไม่รู้ตัวได้เช่นกัน ซึ่งเราได้เห็นข่าวกันบ่อยๆ
นอกจากการออมด้วยการฝากธนาคารแล้ว ยังมีวิธีการออมที่น่าสนใจอีกให้เลือก ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคน และหากให้การออมได้รับผลตอบแทนที่น่าพอใจเราก็จะเป็นต้องเปลี่ยนจากการออมเป็นการลงทุน
ดังนั้นสิ่งแรกเลยคือ เราต้อง "เปลี่ยนชุดความคิด" จากเดิมที่ให้เงินกองไว้เฉยๆ ในธนาคารเพื่อรอแต่ดอกเบี้ย มาเป็นให้เงินทำงานแทนเรา ซึ่งแน่นอนว่าการลงทุนนั้นย่อมมีความเสี่ยง เพราะผลตอบแทนที่มากขึ้นย่อมมีความเสี่ยงมากเช่นกัน (high risk high return) เพื่อจูงใจให้มีการลงทุน

หลักในการลงทุน จะพิจารณาว่าผลตอบแทนในการลงทุนนั้น สามารถสู้กับอัตราเงินเฟ้อได้หรือไม่ เช่น ถ้าอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ผลตอบแทนในการลงทุนของเราจะต้องมากกว่า 3% โดยอาจจะเป็น 5%-10% เป็นต้น เหตุผลคือ เพื่อไม่ให้ค่าเงินในอนาคตของเราหายไป และมีเงินงอกเงยเพิ่มขึ้นด้วย
ตัวอย่างการออมที่มีผลตอบแทนดีกว่าการฝากธนาคาร มีตัวอย่างที่น่าสนใจหลายตัว โดยวัดจากความเสี่ยง มีดังนี้ เช่น
1. ถ้าไม่กล้าเสี่ยง ก็ลงทุนในกองทุนรวม เพราะเงินที่เราลงไปจะมีการนำไปลุงทุนผู้เชี่ยวชาญของกองทุนนั้นๆ
2. ถ้ากล้าเสี่ยงขึ้นมาอีกหน่อยให้ลงทุนระยาว ในหุ้นปันผลพื้นฐานดี โดยให้ดูจากพื้นฐานความมั่นคง และ ผลประกอบการที่มีกำไรต่อเนื่องในธุรกิจนั้นๆ
3. ถ้าต้องการผลการลงทุนที่มากขึ้นศึกษาการเทรดหุ้น
โดยส่วนตัวแล้วผมจะไม่ลงทุนในกองทุนรวม เหตุผลคือ เราจะเสียค่าคอมมิชชั่นมากกว่า 2 อย่างหลัง แต่ข้อดีคือ แค่ลงเงินมีคนนำไปบริหารจัดการให้ ได้กำไรก็จ่ายให้เรา แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีความเสี่ยง เพราะถ้าลงทุนขาดทุน เราก็ขาดทุนด้วย แค่เราไม่ได้เข้าไปจัดการหาหุ้น เทรดหุ้นด้วยตนเองเท่านั้น
กรณีที่เป็นการลงทุนเทรดหุ้นเอง แต่ไม่ต้องการผ่านตัวแทนกองทุนใดๆ ก็ใช้วิธีเปิด Port หุ้นแล้วก็ซื้อหุ้นที่มีพื้นฐานดีๆ มีปันผลสม่ำเสมอ อย่างน้อย 4-10% ต่อปี ไม่ต้องมาสนใจว่าราคาจะขึ้นจะลงอย่างไร หากซื้อไว้นานๆ อาจได้ส่วนต่างของราคามาเป็นของแถม
ส่วนข้อที่สุดท้ายคือการเทรดหุ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงสูงได้ ซึ่งก่อนเทรด แนะนำว่าให้ไปศึกษามาก่อน แต่จากประสบการณ์การลงทุนแบบนี้น่าสนใจกว่า 2 แบบแรก แต่มีเงื่อนไขคือ เราต้องศึกษาหาความรู้ให้มากพอ
ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหนจาก 3 วิธีข้างต้น ผลตอบแทนที่ได้ยังไงก็ดีกว่าการฝากธนาคาร หากใครที่มีเงินเย็นฝากธนาคารอยู่ และอยากเปลี่ยนวิธีการออม อยากลองก็สามารถทำได้เริ่มจาก ข้อ 1 หรือ ข้อ 2 ก่อนก็ได้
และสำหรับคนที่ไม่มีเงินก้อนจะออม แต่มีออมแบบรายเดือนสม่ำเสมอ (หรือไม่สม่ำเสมอก็ได้) สามารถนำเงินมาลงทุนได้เช่นกัน โดยการซื้อหุ้นพื้นฐานดีๆ เก็บสะสมไว้ แต่ต้องมั่นใจว่าเงินที่จะนำมาลงทุนนั้นเป็นเงินเย็นนะครับ
สุดท้าย หากสนใจที่จะออมด้วยวิธีการที่แนะนำ ควรศึกษาหาความรู้ไว้ก่อนนะครับ จะได้ทราบถึงโอกาสและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจ ...
![]()
www.happyoldy.com